“เจวายเจ” ปิดฉากคอนเสิร์ตปี 2014 ที่ไทยด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมสัญญาว่า “จะกลับมาอีกแน่นอน”

img_0081-1

ปิดฉากกันไปแล้วกับ คอนเสิร์ต อี-อินเทนท์ พรีเซ้นต์ 2014 เจวายเจ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อินไทยแลนด์ “เดอะ รีเทิร์น ออฟ เดอะ คิง” (E-Intent Present 2014 JYJ ASIA TOUR CONCERT IN THAILAND “THE RETURN OF THE KING”) คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของปี 2014 ของ 3 หนุ่ม เจวายเจ คิมแจจุง ปาร์คยูชอน และคิมจุนซู แม้ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนซึ่งเป็นวันแสดงคอนเสิร์ต พายุฝนจะถาโถมกระหน่ำทั่วกรุงฯ ทำให้การจราจรในวันนั้นรถติดสาหัสไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของแฟนๆ ที่จะเดินทางไปให้กำลังใจเจวายเจ ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานีได้เลย แล้วก็สมกับการรอคอยสมกับชื่อคอนเสิร์ตที่ว่า ‘THE RETURN OF THE KING’ เพราะงานนี้ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียงและซาวด์สุดอลังการ เพอร์ฟอร์มแมนซ์ที่แข็งแรง บวกกับความน่ารักของทั้ง 3 หนุ่มทำให้แฟนๆ ต้องเดินออกจากฮออล์ด้วยรอยยิ้มและความประทับใจกันทุกคน

เริ่มต้นคอนเสิร์ตด้วยวีทีอาร์เปิดตัวพวกเขาทั้งสาม เสียงกรี๊ดของแฟนๆก็ดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับแท่งไฟสีแดงถูกโบกไปทั้งฮออล์ จากนั้นเวทีไฮดรอลิคก็ค่อยๆ ยก 3 หนุ่มเจวายเจ ขึ้นมาจากด้านล่างพร้อมกับเพลงแรก ‘Creation’ ก็ดังกระหึ่มขึ้นแล้วต่อด้วยเพลง ‘Be The One’ ก่อนจะตามมาอีกเพลง ‘Bobo Boy’ เป็นการเปิดตัวโชว์แดนซ์ 3 เพลงติดกันรวด หลังจากนั้น 3 หนุ่มเจวายเจ ก็พักด้วยการทักทายแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจพวกเขาจนแน่นชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยเริ่มจาก จุนซู “ยินดีที่ได้พบครับ (ภาษาไทย) คิดถึงพวกเราไหมครับ? พวกเราได้กลับมาพบพวกคุณอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 3 ปี คอนเสิร์ตวันนี้จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของปีนี้แล้วพวกเราเจวายเจก็เลยตื่นเต้นมาก ขอบคุณครับ” (ภาษาไทย) พูดจบก็ส่งต่อให้พี่ใหญ่ แจจุง ได้พูดต่อ “วันนี้ขอบคุณทุกๆ คนมาก ถึงแม้ว่าไม่ได้เจอกันมานาน แต่แฟนๆ ก็มาเจอกันมากขนาดนี้ ขอบคุณมากนะครับ พวกคุณไม่ได้ลืมพวกผมใช่ไหมครับ? เมื่อวานแถลงข่าวในห้างมีแฟนๆ ไปให้กำลังใจเยอะมาก และวันนี้ยังมาให้กำลังใจกันต่อที่นี่อีก พวกเรายินดีมากที่ได้มาเจอกันอีกครั้ง ยังไงก็ขอให้สนุกสนานกับคอนเสิร์ตวันนี้นะครับ” และสุดท้าย ยูชอน เริ่มต้นด้วยการทักทายแฟนๆ ว่า “สวัสดีครับ ไทย (ภาษาไทย) ขอบคุณทุกคนที่มาวันนี้ ขอบคุณที่ไม่ลืมเจวายเจ วันนี้พวกเราจะเต็มที่ด้วยพลัง 100% พวกเราจะทำเต็มที่ ขอบคุณครับ” (ภาษาไทย) เพียงแค่สตาร์ทก็เรียกเสียงกรี๊ดกระหึ่มไปทั้งฮออล์เหมือนเป็นการวอร์มเสียงกันก่อน

ในช่วงสองเริ่มจากเพลงช้า ‘Dad You There’ เพลงที่สื่อถึงความในใจของยูชอน ถึงคุณพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีก่อน ต่อด้วยไปซึ้งกับเพลง ‘Let Me See’ เพลงจากปลายปากกาจากแจจุง แถมยังเป็นเพลงโปรดของเขาในอัลบั้มล่าสุด Just Us อีกด้วย และก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงโซโล่เดี่ยวของแต่ละคนก็มีวีทีอาร์ภาพน่ารักๆ ย้อนไปสมัยเด็กของ 3 หนุ่มเจวายเจ รวมไปถึงภาพบรรยากาศการทำงานในห้องอัดของพวกเขาให้เรียกเสียงกรี้ด เมื่อวีทีอาร์จบลงก็ถึงเวลาของเมมเบอร์แต่ละคนจะโชว์พลังเสียงร้องและสเต็ปการเต้น เริ่มจากพี่ใหญ่แจจุง ที่มาในชุดเสื้อเชิร์ตขาวบางปลดกระดุมทุกเม็ดเผยให้เห็นซิคแพคที่ซ่อนไว้กับกางเกงสีดำรัดรูป โชว์พลังเสียงกับเพลง ‘Dear J’ ต่อด้วยโซโล่ของจุนซู กับเพลงช้าๆ อย่าง ‘Age 7’ งานนี้แฟนๆ ขอสร้างความประทับใจด้วยการทำโปรเจคท์ทั้งฮออล์ชูป้ายเขียนว่า ‘Love Xia’ ให้ และก็ต่อด้วยโซโล่ของยูชอนที่มาในลุคสบายๆ เสื้อเชิร์ตขาวเพื่อให้เข้ากับเพลง ‘30th – Lazy Life’ ซึ่งแฟนๆ ก็พร้อมใจชูป้ายโปรเจคท์ทั้งฮออล์ให้ว่า ‘30th is cool’ ผู้ชาย 30 แซ่บเว่อร์ ทำเอาเรียกรอยยิ้มหนุ่มยูชอน ได้ตลอดทั้งเพลงเลยทีเดียว

หลังจากฟังเพลงสบายๆ กันไปแล้วก็ถึงเวลากลับมาแดนซ์กันต่อกับแดนซ์แมชชีน จุนซู ในเพลง ‘Tarantallegra’ และเพลง ‘Incredible’ ที่วาดลวดลายการเต้นได้อย่างสุดมันส์ก็ทำเอาผู้ชมลุกขึ้นยืนกระโดดเต้นตามไปด้วยเลยทีเดียว จากนั้นก็ส่งต่อเวทีให้กับยูชอน ที่มาในเพลงน่ารักๆ อย่าง ‘Spring Walk’ ที่งานนี้มีฟองสบู่พ่นออกมาด้วยทำให้บรรยากาศของเพลงนี้ดูน่ารักขึ้นไปอีก หลังจากจบเพลงยูชอน ก็ได้เผยประสบการณ์ใหม่ในการมาเมืองไทยครั้งนี้นอกจากจะได้ไปตีกอล์ฟแล้วเขายังได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่เอ่ยปากว่าอร่อยที่สุดกันเลย “เมื่อคืนผมได้ไปเอกมัย รู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กที่เอกมัยไหมครับ เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ผมคิดว่าอร่อยที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยกินมาเลยล่ะครับ วันนี้อย่าลืมไปทานกันนะครับ” ทำเอาเรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ในฮอลล์กันอย่างดังสนั่น ดูท่างานนี้แฟนคลับคงได้ตามหาร้านนี้กันจ้าล่ะหวั่นแน่ (ซึ่งเรามีข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ดังมากกลางคืนใครไปแถวนั้นต้องแวะเวียนไปทานกันทั้งนั้น) หลังจากที่ชวนแฟนๆ ไปทานก๋วยเตี๋ยวกันแล้ว ยูชอนก็ขอโซโล่ต่ออีกหนึ่งเพลงกับ ‘I Love You’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำเอาสาวๆอดอมยิ้มไปกับเขาไม่ได้

แล้วก็ปรับหมวดอารมณ์ไปเจอกับร็อคเกอร์หนุ่มหน้าหวาน แจจุง ที่เปลี่ยนลุ๊คสวมเสื้อกั๊กโชว์ซิคแพคกันอีกครั้งตามคำเรียกร้องของแฟนๆ มาในเพลง ‘Butterfly’ ซึ่งแฟนๆ ก็พร้อมใจทำโปรเจคท์ชูกระดาษที่ตัดเป็นตัวผีเสื้อมองแล้วเหมือนโบยบินไปทั่วฮออล์สวยงามทีเดียว จากนั้นก็กระชากอารมณ์ให้ร้อนระอุขึ้นไปอีกกับเพลง ‘Mine’ที่งานนี้หนุ่มแจจุงถึงกับถอดเสื้อกั๊กออกเผยซิคแพคและรอยสักสวยๆให้เห็นแบบเต็มตาก็ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดสนั่นกว่าเดิม ด้วยสีหน้าลีลาท่าทาง แสงสี และไฟที่พวยพุ่งออกมาเป็นระยะก็ยิ่งทำให้เพลงทวีความร้อนแรงขึ้น เลยทำเอาแฟนๆ นอกจากจะมองไม่วางตาแล้วยังพากันโยกตัวตามมันส์ไปกับเพลงด้วย

หลังจากมันส์ไปกับช่วงร็อคแล้วก็ปรับอุณหภูมิร่างกายให้เย็นลงด้วยวีทีอาร์ภาพคอนเสิร์ตเก่าๆ ภาพน่ารักๆ ที่ผ่านมาของ เจวายเจ โดยพวกเขาได้เผยข้อความในใจถึงแฟนๆ ผ่านวีทีอาร์ด้วยก่อนจะเซอร์ไพรส์ ด้วยการปรากฏตัวบนรถเลื่อนคนละคันแล้วรถก็เคลื่อนไปรอบๆฮอลล์ พร้อมเพลง ‘Found You’ ซึ่งงานนี้นอกจากแฟนๆ จะได้ใกล้ชิดกับ 3 หนุ่มแล้ว ใครที่โชคดีก็จะได้รับลูกบอลที่มีลายเซ็นที่หนุ่มๆ เขาโยนให้อีกด้วย ก็ทำเอาบรรยากาศในฮอลล์ครึกครื้นไปตามระเบียบ จากนั้นหนุ่มๆ ก็ขอเผยความในใจกับแฟนคลับอีกครั้ง ซึ่งจุนซู เผยว่า เขารู้สึกนับถือสปิริตและพลังอันแสนเต็มเปี่ยมของแฟนๆ ชาวไทย พร้อมหยอดทิ้งท้ายเรียกเสียงกรี๊ดว่า อยากจะมาซื้อบ้านอยู่ที่เมืองไทยมากๆ แถมยังย้ำอีกครั้งว่าผู้หญิงไทยสวยมากจริงๆ และย้ำว่าเวลาหลังจากนี้ในคอนเสิร์ตพวกเขาจะไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปสักวินาทีเลย…

และเพื่อไม่ให้เสียเวลาตามที่บอก 3 หนุ่มก็โชว์ยาวเลยเริ่มจากเพลงช้าๆเพลง ‘So So’ , ‘Be My Girl’ , ‘In Heaven’ ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่โชว์ความสามารถทางด้านการร้องและการประสานเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี แล้วก็ต่อด้วยเพลง ‘Letting Go’ หนึ่งเพลงในอัลบั้ม Just Us จากนั้นก็เพิ่มจังหวะให้สนุกขึ้นอีกนิดกับเพลง ‘Valentine’ จากนั้นก็มาถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต พวกเขายอมรับว่า รู้สึกเสียดายมากๆ แต่ถ้าจบช่วงนี้ไปแล้ว ถ้าแฟนๆ อังกอร์ร้องเรียกพวกเขาให้กลับมา พวกเขาก็จะกลับมาหาแฟนๆ อีกครั้ง ก่อนจะจบไปด้วยเพลงโปรโมทในอัลบั้มล่าสุดของพวกเขา ‘Back Seat’ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่แฟนๆ ส่งเสียงร้องตามกระหึ่ม

หลังจากนั้นไฟบนเวทีก็ดับวูบลงเสียงตะโกนเรียก “เจวายเจๆๆๆๆๆ” ก็ดังกระหึ่มอย่างพร้อมเพรียงกัน และก็เป็นไปตามสัญญา 3 หนุ่มกลับขึ้นเวทีอีกครั้ง อังกอร์เริ่มขึ้นกับเพลง ‘Empty’ และต่อด้วย ‘Get Out’ ตามด้วยเพลงปิดท้าย ความหมายดีๆ อย่าง ‘Fallen Leaves’ ซึ่งในเพลงนี้แฟนๆ ทั้งฮออล์ก็ได้ทำโปรเจคร่วมกันโดยที่นั่งบนสแตนมีการแปลอักษรเป็นภาษาเกาหลีว่า ‘언제나 기다릴게’ (ออน เจ นา คี ตา ริล เก) “จะรอ (พวกคุณ)ตลอดไป” ส่วนผู้ชมที่เหลือก็มีการแจกแท่งไฟสีเหลืองๆ ไปทั้งฮออล์เป็นภาพที่งดงามจริงๆ  ก็ถือเป็นการปิดฉากเอเชียทัวร์ในปี 2014 ของพวกหนุ่มเจวายเจ ไปอย่างน่าประทับใจ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าพวกเขาจะจดจำโมเม้นท์ทุกๆ วินาทีคอนเสิร์ตที่ไทยครั้งนี้ พร้อมกับคำสัญญาที่มีต่อกัน“แล้วพบกันใหม่” ไปได้แน่นอน

นับเป็นอีกหนึ่งบิ๊กโปรเจคท์ที่ทาง บริษัทอี-อินเทนท์ จัดให้แฟนๆ ชาว K-POP ได้ฟินกันทั่วหน้าไปเรียบร้อย และในโอกาสต่อไปก็จะมีโปรเจคท์ดีๆ มาทำให้แฟนๆ ได้สนุกกันต่อไปอีกแน่ ส่วนจะเป็นอะไรนั้นทุกคนสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/EINTENTMEDIA หรือ twitter/IG : E_INTENT

 

 

—————————————–

ที่มา : KOREASARANG.COM – http://www.koreasarang.com

Like this Article? Share it!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *